ป.ป.ช.มาเลเซียสอบปากคำนาจิบเรื่องวันเอ็มดีบี

อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เข้าให้ปากคำกับคณะกรรมาธิการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของมาเลเซีย เกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาแห่งชาติ “วันเอ็มดีบี” ที่มีการทุจริตมหาศาล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่านายนาจิบ ราซัค เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมาธิการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ( เอ็มเอซีซี ) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

เพื่อรายงานตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องการสอบปากคำอดีตนายกรัฐมนตรีวัย 64 ปี เกี่ยวกับ “ที่มาที่ไป” ของเงิน 10.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 339.2 ล้านบาท ) จากกองทุนเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนย่อยของกองทุนวันเอ็มดีบี โดยเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนเข้าสู่บัญชีเงินฝากส่วนตัวของนายนาจิบ เมื่อปี 2558
 
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐ ซึ่งเป็นสื่อแรกที่เปิดโปงการทุจริตในรัฐบาลของนายนาจิบ ซึ่งอยู่ในอำนาจระหว่างปี 2552 จนถึงต้นเดือนพ.ค. ปีนี้ รายงานว่าเอสอาร์ซีเป็นกองทุนด้านพลังงาน ก่อตั้งเมื่อปี 2555 และอยู่ในภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งในตอนนั้นนายนาจิบควบทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม ต่อมามีการโอนเงิน 10.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเอสอาร์ซี เข้าสู่บัญชีเงินฝากของนายนาจิบ และเงินอีกจำนวนมหาศาลทยอยไหลเข้าสู่บัญชีของอดีตผู้นำมาเลเซีย ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) ของสหรัฐ ระบุว่ามียอดอยู่ที่ 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 21,792 ล้านบาท ) จากจำนวนเงิน 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 144,000 ล้านบาท ) ที่มีการยักยอกออกไปอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่นายนาจิบก่อตั้งกองทุนวันเอ็มดีบี

ขณะที่นายโมฮัมหมัด ชูครี อับดุลห์ ประธานเอ็มเอซีซี กล่าวในเวลาต่อมา ว่าการเชิญนายนาจิบเข้าพบในครั้งนี้ “เป็นเพียงการพูดคุย” เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม พนักงานสืบสวนยังไม่มีแผนขอให้ศาลอนุมัติการออกหมายจับอดีตผู้นำมาเลเซีย “ในเวลานี้” ในเวลาเดียวกัน คณะทำงานเฉพาะกิจเรื่องวันเอ็มดีบี ที่นายกรัฐมนตรี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด จัดตั้งขึ้นซึ่งประกอบด้วยเอ็มเอซีซี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และเจ้าหน้าที่อีกหลายคนซึ่งเคยร่วมทีมมาก่อน แต่ถูกปลดออกในสมัยรัฐบาลของนายนาจิบ กำหนดเป้าหมายเบื้องต้นของการทำงาน คือการพยายามนำทรัพย์สินที่มีการฉ้อโกงไปจากวันเอ็มดีบีกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น
 
ด้านนายโมฮัมเหม็ด อาซิม อาลี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้านกิจการเศรษฐกิจ กล่าวว่ารัฐบาลเริ่มขั้นตอน “ตรวจสอบและทบทวน” เมกะโปรเจ็กต์ทุกรายการ ที่ลงนามในสมัยรัฐบาลของนายนาจิบ รวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมูลค่าเกือบ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 448,000 ล้านบาท ) ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างสิงคโปร์กับมาเลเซีย เชื่อมต่อระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์กับเขตใจกลางเกาะสิงคโปร์ อนึ่ง นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ผู้นำสิงคโปร์ เยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *